ความจริงที่... แก่งเสือเต้น ป่าสักพื้นสุดท้ายของโลก
 |
 |
 |
 |
แม่น้ำยม ป่าสักทอง...วิถีชีวิตของคนสะเอียบ
คณะนักวิจัยชาวบ้านแก่งเสือเต้น
(Thai Baan Research at Kaeng Sua Ten) |
 |
 |
 |
 |
วาทกรรมการพัฒนาที่ล้มเหลว ถูกผลิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าในระบบสังคมที่ต้องการกอบโกยผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง การมองข้ามระบบสังคมอันสมดุลหดหายไป แทนที่ด้วยการครอบงำด้วยแนวคิดแบบทุนนิยมอย่างรุนแรง นำมาซึ่งการทำลายล้างล้างผลาญระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมอันเป็นลมหายใจของตัวเอง
การให้ความสำคัญและการตีความหมายเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่แบบเมืองขึ้น ที่อุดมไปด้วยการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ มุ่งให้คุณค่าเพียงเปลือกนอกมองไม่เห็นระบบรูปแบบของสังคมที่ซับซ้อนที่พึ่งพาอาศัยความสมดุลระหว่างมนุษย์กันระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม
ไม่น่าแปลกอะไรที่การจะสูญเสียนิเวศป่าไม้สักทองที่มีคุณค่า ในการพยายามจสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่อแลกการแก้ปัญหาลุ่มน้ำที่ไร้ความเข้าใจ จึงผลุดขึ้นมาในเกือบทุกยุคทุกสมัยของรัฐบาลที่ไม่มีการเรียนรู้ที่เข้าใจอะไรเลย ในการมองรูปแบบสังคมที่ซ้อนกันอยู่อย่างแยกกันไม่ออก ระหว่างคนกับป่าซึ่งเอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่ยม มีอยู่ประมาณ 284,000 ไร่ เป็นบริเวณที่มีป่าสักธรรมชาติที่สมบูรณ์ราว 60,000 ไร่ ซึ่งมีการระบุว่าป่าสักทองธรรมชาติที่แก่งเสือเต้นนี้ เป็นป่าสักที่สมบูรณ์ผืนสุดท้ายของประเทศและของโลก หากสร้างเขื่อนป่าสักทองจะถูกน้ำท่วมไปราว 24,000 ไร่ ยังไม่รวมป่าประเภทอื่นๆ
ส่วนพื้นที่ของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ก็มีที่ ต.สะเอียบ จ.แพร่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดอนแก้ว บ้านดอนชัย บ้านดอนชัยสักทอง บ้านแม่เต้น อีกที่หนึ่งคือที่ อ.เชียงม่วน 11 หมู่บ้าน นี่คือสิ่งที่เราจะต้องสูญเสียเพื่อแลกกับการจัดการลุ่มน้ำแบบ "บูรณาการ" ของผู้เชี่ยวชาญ
"ทุกคนกลัวน้ำท่วม ใครก็กลัวน้ำท่วม แล้วทำไมมากั้นเขื่อนให้น้ำท่วมบ้านคนอื่น โดยที่เราไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกของคนในพื้นที่มีแต่การวิพากษ์วิจารณ์ จะไปคัดค้านทำไมทำเพื่อคนส่วนใหญ่มั้งสิ ถ้าพูดอย่างนี้มันก็ไม่คุยยุติธรรมกับชาวบ้านเท่าไรนัก ในประเทศนี้กี่ส่วนน้อยแล้วล่ะที่ทำเพื่อคนส่วนมาก เรายังมองไม่เห็นเลยว่าคนส่วนใหญ่รับรู้ข้อมูลที่เป็นความจริงและเข้าใจจริง
ในเรื่องที่เราจะต้องสูญเสียอะไรที่แก่งเสือเต้นบ้าง" นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าว
ทางเลือกและทางออก ที่ไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นมีอยู่แล้ว หากพิจารณาด้วยเหตุและผลแล้วจะเห็นได้ว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ไม่ได้มีความจำเป็นนอกจากผลประโยชน์ในงบประมาณการก่อสร้าง ที่เป็นตัวกระตุ้นให้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย หยิบยกโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาผลักดัน อีกทั้งป่าสักทองธรรมชาติ กว่า 20,000 ไร่ที่ต้องถูกสัมปทาน สิ่งเหล่านี้ถ้วนสะท้อนให้เห็นการพยายามที่จะบิดเบือนความจริงที่เป็นอยู่
ป่าสักทองไกลสุดขอบฟ้านิเวศที่สมบูรณ์ เสียงนกยูงและการกลับมาตามฤดูกาลธรรมชาติป่าไม้ ไม่มีวันที่คนเมืองจะเข้าใจเข้าถึงได้
"พวกเราใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้มานานตั้งแต่บรรพบุรุษ กว่า 200 ปี พวกเราอยู่กับป่าแม่ยม ทุกสิ่งทุกอย่างได้มาจากป่าผืนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัย รายได้ ยาพื้นบ้าน ที่ดินทำกิน ป่าผืนนี้ให้ชีวิตแก่เรา" ชาวบ้านต.สะเอียบกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ตราบใดที่คนเมืองเป็นคนขีดเขียนวิถีทางแบบคนเมืองให้คนที่อยู่กับความสมดุลของธรรมชาติเดิน เมื่อนั้นหายนะของธรรมชาติจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
16 กรกฎาคม 2551
|