Home
ข่าวเด่น
ข่าวรายวัน
English News
รายงาน บทความ
Sound & VDO
Webboard
ข้อมูลย้อนหลัง
บทบาทกลุ่มอาเซี่ยนในพม่า
- นาร์กีส... (ใครคือพระเอก ตัวจริง
)
อีกไม่กี่วันก็จะย่างเข้าสู่เดือนที่ 3 สำหรับเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มประเทศพม่า ที่ผ่านพ้นไป จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้สูญหาย ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและภาพความเสียหายต่างๆ กัี่บความช่วยเหลือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานไม่มีทีท่าว่าจะแล้วเสร็จ คงพออธิบายและตอกย้ำความรุนแรงของพายุในครั้งนั้นได้เป้นอย่างดี
ยังไม่รวมถึงการเยียวยาสภาพจิตใจ การฟื้นฟูอาชีพ และฟื้นฟูแหล่งที่ทำกิน ให้กับประชาชนผู้ประสบภัยซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาอีกยาวนาน
ข่าวคราว ความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่างๆ เช่นนี้ นับเป็นเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก แต่การที่จะเข้าถึแหล่งข้อมูล หรือข้อเท็จจริงต่างๆ ในประเทศที่ค่อนข้างจะปิดตัวอย่างพม่านับว่ายากเต็มที ข่าวคราวที่ถูกนำมาเผยแพร่แต่ละครั้ง จึงสร้างความคลางแคลงใจให้กับผู้ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างมากว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร?
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ
ได้มีโอกาสพบปะเจ้าหน้าที่พัฒนาเอกชน ที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมกับกลุ่มอาเซียน หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ ในฐานะที่พม่าเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอาเซี่ยน ในโอกาสนี้จึงได้พูดคุยซักถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในประเทศพม่าที่เกิดขึ้น และหยิบมาเล่า
ธนพล ทรงพุฒิ (เอ กระจกเงา)
จากศูนย์อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสภาวะวิกฤติ มูลนิธิกระจกเงา คือหนึ่งในตัวแทนเข้าร่วมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่าในครั้งนี้
"ตอนนั้นข้อมูลข่าวสารมันปิดมาก ไม่มีใครรู้อะไรเลย พอมีตัวเลขความเสียหายที่รัฐบาลประกาศออกมา กับตัวเลขที่เราได้ยินมา ก็ต่างกันหลายเท่าตัว"
ธนพล เกริ่นถึงที่มาที่ไปว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ก็มีกระแสต่างๆ ออกมา ทั้งเรื่องเท็จบ้าง จริงบ้าง มูลนิธิกระจกเงา จึงเป็นโต้โผเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าร่วมประชุมหารือ ถึงแนวทางที่จะให้ความช่วยเหลือว่าเหตุการณ์เช่นนี้ เราทำอะไรได้แค่ไหน รวมไปถึงใครมีเครือข่ายที่อยู่ในพม่าบ้าง
เสร็จสิ้นจากการประชุมรอบแรก หลังจากนั้นก็มีการประชุมใหญ่อีกครั้งที่ อาคารเอสซีบี ต่อมาได้โอกาสหาเข้าพบกับ
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ
เลขาธิการ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(อาเซียน)
จึงได้ทราบว่ามีองค์กรจากอาเซี่ยนทำงานในพื้นที่เรื่องภัยพิบัติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นคณะเดียวกันกับที่เคยให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์สึนามิในประเทศอินโดนีเซีย แต่ในคณะบุคคลดังกล่าวยังขาดตัวแทนจากประเทศไทย จึงได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมเป็นคณะอาสาสมัครอาเซี่ยน
ทีมงานของอาเซี่ยนถูกเชิญให้มาช่วยทำงานที่ประเทศพม่า โดยผ่านหน่วยงานกลางของรัฐบาลที่มีชื่อว่า
Tri-Partite Core Group
(TPCG)
โดยประจำการที่ศูนย์ประสานงาน
(Support Room)
ในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางกรุงย่างกุ้ง เป็นหน่วยงานประสานข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับกลุ่มอาสาสมัครกว่า 200 ชีวิต ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยเนื่องจากแต่ละพื้นที่ที่ห่างไกลไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ นอกจากเฮลิคอปเตอร์ เพียงเท่านั้น
การทำงานของทีมให้การช่วยเหลือในศูนย์ประสานงานดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 กะ จากเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายทางการทูตจากประเทศต่างๆ และฝ่ายอาเซี่ยน โดยมีมีเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลที่พม่า คอยให้ความช่วยเหลือ ด้านภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น ตลอด 24 ชั่วโมง
"เป็นอย่างนี้ทุกวันครับในช่วงสัปดาห์แรก คอยทำหน้าที่ประสานงานทางโทรศัพท์กับอาสาสมัครที่อยู่ในพื้นที่ หลายร้อยจุดว่า ตอนนี้เขาอยู่ไหน มีใครเจ็บป่วยบ้าง เกิดเหตุการณ์อะไร บางครั้งก็ได้รับการแจ้งว่า บางพื้นที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้ามีข้อมูลแบบนี้เกิดขึ้น ข้อมูลนั้นก็จะถูกส่งไป World food Program และส่งไปยังยูเอ็น ยูเอ็นก็จะส่งเฮลิคอปเตอร์ให้ไปดร็อพของลงตรงจุดนั้น"
ธนพล เล่าว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยดี เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากกลุ่ม
(TPCG)
ในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างยูเอ็น รัฐบาล และกลุ่มอาเซี่ยน โดยรับรองความปลอดภัย การขนส่ง และการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น เนื่องจากอาเซี่ยนมีบทบาทการทำงานในพม่าอย่างโดดเด่น และมีความน่าเชื่อถือ
เมื่อสอบถามไปยังข่าวคราวต่างๆ ที่ออกมาว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ก็ได้รับการปฏิเสธว่า อาจเป็นเรื่องที่อาจเข้าใจผิดได้ เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่ จะถูกสัมปทานให้กับภาคธุรกิจในการแก้ไขปัญหา
"พื้นที่ส่วนใหญ่จะได้รับการ Take Action คือ ถ้าคุณคือภาคเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ๆ ได้รับผลกระทบ คุณจ่ายเงินไป แล้วก็ทำการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรูปแบบการสัมปทานกับภาครัฐ โดยแลกกับทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ป่าไม้ แร่ ต่างๆ สมมติคุณอยู่ใน จ. อุตรดิตถ์ และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด พอเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ คุณอยู่ใน พื้นที่นั้น คุณก็สัมปานกู้ภัยไป จะแจกผ้าคลุมหลังคา แจกอาหาร ก็ได้ เพราะรัฐบาลไม่มีเงินที่จะมาทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ทันท่วงที"
ธนพล กล่าว
การสัมปทานกู้ภัยพิบัติจะถูกทดแทนโดยทรัพยากรในพื้นที่ โดยมีมาตรฐานที่แน่นอนว่า ถ้าคุณตัดต้นไม้ไป 1 ต้น คุณต้องปลูกทดแทนไป 3 ต้น
" รัฐบาลช่วยเหลือไหม ช่วยเหลือครับ สำหรับผม เขาเตือนภัยไหม ก็เตือนภัย แต่ถามว่าชาวบ้านที่อยู่รอบนอก ระบบสาธารณูปโภคยังไม่เอื้ออำนวย การสื่อสารไม่ได้แล้วจะเกิดอะไร ถามผมว่า สิ่งที่ผมเห็นในแต่ละพื้นที่เป็นภาพ หรือ สิ่งที่รัฐบาลทหารสร้างขึ้นหรือไม่ ผมว่าไม่ จากพื้นที่ที่เราอยู่ ไปยังที่เกิดเหตุห่างกันราว 3 ชั่วโมง อาสาสมัครเลือกลงได้ทุกพื้นที่ บางพื้นที่ทหารไม่รู้ว่าเราจะไป"
ธนพล กล่าวว่า เป็นการดีถ้าพม่าจะมีการเปิดประเทศให้อาสามัครต่างชาติ หรือกลุ่มต่างๆ เข้ามามากกว่านี้ แต่ในมุมกลับกัน ทางรัฐบาลอาจเกรงว่าอาจเกิดปัญหาต่อระบบการปกครองของประเทศ แม้แต่ในส่วนของอาเซี่ยนก็บังคับให้อยู่แต่ในพื้นที่ ทำได้แค่ประสานงาน ส่วนปัญหา หรือการเรียนรู้ที่ผ่านมา ไม่ว่าจากสื่อที่กระจายข่าวไปทั่วโลก ทั้งที่ต่างจากข้อเท็จจริง ที่ได้สัมผัส ธนพล ให้ความเห็นว่า
"ในความคิดของผม ทำอย่างไรก็ได้ให้ประชาชนมีข้าวกิน ไม่อดตาย เท่าที่เห็นผมว่าก็โอเค ในเรื่องการจัดการข้อมูล บางพื้นที่มีแต่คนลงพื้นที่ถามข้อมูลซ้ำๆ จนชาวบ้านเริ่มมีการบันทึกไว้แล้ว มีข้อมูลพร้อมจะให้ แต่ยังขาดการช่วยเหลืออีกมากมีแต่ข้อมูลมีแต่ความต้องการ แต่ไม่มีความช่วยเหลือ
ส่วนข่าวหรือข้อเท็จจริงที่ผิดเพี้ยน เรื่องแรก....เรื่องสื่อ ข่าวจากพม่ามันต่างจากข้อเท็จจริงนะผมว่า อยู่ในพื้นที่ มีคนอดตายเหรอ ผมไม่รู้ว่าแหล่งข่าวมาจากไหน แต่เท่าที่ผมอยู่ศูนย์กลางข้อมูล ทำไมพวกผมไม่มี คือแต่ละพื้นที่มันมี note ของการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง ระหว่างรัฐบาล ยูเอ็น และอาเซี่ยน รัฐบาลสามารถยกหูถามได้ทุกเวลาในพื้นที่
เรื่องที่ 2 การทำแม็พปิ้งระหว่างเอ็นจีโอต่างๆ เขามีทุนในการศึกษาข้อมูลมาว่าบ้านนี้ขาด ขาดอาหาร ขาดอะไร เพื่อให้ความช่วยเหลือมันต้องสื่อสาร ให้มารับรู้ร่วมกัน มันต้องมีการประชุมงาน แบ่งข้อมูลกันไป อัพเดทสถานการณ์ มันต้องทำแม็พปิ้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลว่าใคร ทำอะไรที่ไหน มีใครอยู่ในย่างกุ้งบ้าง มันเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่มันไม่มี ถ้าพม่าไม่มีเงื่อนไขในการลงพื้นที่อาจดีกว่านี้"
อย่างไรก็ดี เงื่อนไขการลงพื้นที่ในพม่าหลักๆ ยังคงมีอยู่ 2 เรื่อง คือห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และห้ามยุ่งเกี่ยวกับศาสนา เพียงเท่านั้น โดยอาสาสมัครท่านนี้ ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลพม่าก็ไม่ต่างรัฐาลทั่วไป ที่ยามประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เต้นท์ไหนที่พอทำการเรียนการสอนได้ ก็จะปฏิบัติการทันที จึงอยากให้ผู้รับข่าวสารเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ และเงื่อนไขต่างๆ ที่แต่ละประเทศมีแตกต่างกันด้วย
ทีมงาน
ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
23 กรกฎาคม 2551
สนใจ
ลงโฆษณา
กับ ThaiNGO.org
ดูรายละเอียดที่นี่...
ThaiNGO Columnists
มุมมอง ของ..อุสตาซ
(อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์)
ห้องส้วมความคิด
(วรภัทร วีรพัฒนคุปต์)
ลูกลิง...แสนซน
(วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล)
มุมเล็กๆ
(ZingarO - ธิดามนต์ พิมพาชัย)
6 Board
ประชาสัมพันธ์ งานกิจกรรม
(Activities Board)
สมัครงาน หางาน
(Jobs Board)
ร่วมปันน้ำใจ ให้สังคม
(Charity Board)
ซื้อขาย แลกเปลี่ยน
(Classifieds Board)
แหล่งทุน หาทุน
(Grant Board)
กระดานสนทนา
(ThaiNGO Webboard)
Thai Fund Foundation (TFF)
2044/23 New Phetburi Road, Bangkapi, Huaykwang, Bangkok 10310,Thailand
Tel:
66 (0) 2318 3959 , 66 (0) 2314 4112 , 66 (0) 2314 4113
Fax:
66 (0) 2718 1850
Website:
www.TFF.or.th
-
E-mail:
webmaster@thaingo.org