Beyond Disaster3 :
องค์กรพัฒนาเอกชน กับการจัดการด้านภัยพิบัติ
ปรากฏการณ์คลื่นพลังอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมได้เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล
เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วไป นับตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิพัดเข้าถล่มชายฝั่งอันดามันของประเทศไทย
ปลายปี 2547 และภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงตามมาระลอกดัง
เช่นเหตุการณ์โคลนถล่มแถบภาคเหนือ ในปี 2549 ซึ่งทำให้หลายหน่วยงานได้ตระหนักถึงความรุนแรง
และความเสียหายจากเหตุการณ์ภัยพิบัติเพิ่มมากขึ้น
 
งานอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ
แม้ปัจจุบัน ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
คือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีหน้าที่วางมาตรการป้องกัน
บรรเทา และฟื้นฟูผู้ประสบภัย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่
แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง มีความรุนแรงและสร้างความเสียหายแตกต่างกันออกไป
บางครั้งมีความรุนแรงเกินกว่าความสามารถเหนือการจัดการภัยจากเพียงหน่วยงานเดียว
เช่น สึนามิ พายุหมุนเขตร้อน หรือโคลนถล่ม อีกทั้งความล่าช้าของระเบียบข้าราชการ
และงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ประสบภัย เมื่อเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้งจึงเป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกันจากหลายภาคส่วนอย่างเร่งด่วน
ทั้งในเรื่องงบประมาณ สิ่งของ กำลังพล และงานอาสาสมัคร
มีการศึกษาพบว่า
ผู้รอดชีวิตจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ ส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ
แต่มาจากการช่วยเหลือของอาสาสมัคร ดังนั้น "งานอาสาสมัคร"
จึงถือเป็นกุญแจดอกสำคัญในการจัดการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูพัฒนาผลกระทบจากภัยพิบัติ
ซึ่งเป็นการหนุนเสริมในส่วนงานที่เป็นข้อจำกัดของภาครัฐ
องค์กรพัฒนาเอกชน มีส่วนเป็นอย่างยิ่งในการจัดการปัญหาด้านภัยพิบัติ
ตั้งแต่การระดมอาสาสมัคร เพื่อเป็นทีมช่วยเหลือ ค้นหา ผู้รอดชีวิต
ตลอดจนการช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม
การส่งเสริมอาชีพ และการเยียวยาสภาพจิตใจ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่คอยทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามที่กล่าวมา
เช่น มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง - หรือที่รู้จักกันในนามหน่วยกู้ภัย
ซึ่งคอยเก็บกู้ศพ และลำเลียงผู้บาดเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเก็บหลักฐานเพื่อรักษารูปคดีได้อีกด้วย
มูลนิธิกระจกเงา - โครงการอาสาสมัครสึนามิ
โดยดำเนินงานด้านการสนับสนุนและจัดการอาสาสมัครทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
ซึ่งหมุนเวียนเข้ามาร่วมฟื้นฟูพื้นที่และผู้ประสบภัยสึนามิภายในศูนย์อาสาสมัครสึนามิ
เขาหลัก จ.พังงา ซึ่งศูนย์ฯ ดังกล่าวได้กลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น
อาสาสมัครและนักศึกษาฝึกงานเพื่อเรียนรู้ปัญหา ในพื้นที่ และร่วมกันฟื้นฟูสภาพชุมชนในระยะยาว
และให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยสึนามิ
นอกจากกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว การช่วยเหลือในระยะยาว
เช่นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมภายในชุมชน เพื่อการดำเนินการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่จำเป็นในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลาง
และระยะยาว การส่งเสริมอาชีพ การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และการเยียวยาสภาพจิตใจ
ก็นับเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนได้มีโครงการต่างๆ
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่มาก เช่น มูลนิธิชุมชนไทยในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม
องค์การแอคชั่นเอด (ประเทศไทย)
ให้การช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธ์มอแกนและการพัฒนาชุมชน
มูลนิธิรักษ์ไทยด้านการอาชีพ เป็นต้น
นอกจากนี้แล้ว
ยังมีองค์กรอื่นๆ ที่ให้ความช่วยเหลือในด้านการประชาสัมพันธ์
เพื่อทำการประกาศ แจ้งเตือนภัย และเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้ติดตามความเคลื่อนไหวของข่าวสารต่างๆ
เพื่อเป็นการระวังภัย และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ หน่วยงานต่างๆ
เหล่านั้นได้แก่
กรมอุตุนิยมวิทยา คอยทำหน้าที่เฝ้าระวัง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
การพยากรณ์ล่วงหน้า พร้อมกับแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ
ทั้งทางวิทยุกระจายเสียง และทางโทรทัศน์ทุกสถานี เพื่อประโยชน์ในด้านการเดินทาง
การบิน และการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งหากมีแนวโน้มว่า
จะเกิดอากาศรุนแรง เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง หรือ พายุหมุนเขตร้อน
เกิดขึ้น ก็จะทำการแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมป้องกัน
และหลีกเลี่ยงภัยอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ภายใต้กรมอุตุนิยมวิทยายังมีหน่วยงาน
สำนักแผ่นดินไหว เป็นผู้ติดตามและรายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว
ตลอด 24 ชั่วโมง ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย
การจัดการด้านภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ควรร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ
ภาคเอกเชน และภาคประชาสังคม ในการทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่มีส่วนในการเกื้อหนุนกันและกัน
ในหนังสือคู่มือภัยพิบัติของโครงการ Beyond
Disaster จึงได้รวบรวมรายชื่อหน่วยงานต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง คอยให้ความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติในแต่ละเหตุการณ์
ทั้งในด้านการให้ข้อมูล การประชาสัมพันธ์ ช่วยเหลือ และฟื้นฟู
รวมทั้งหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อความสะดวกของอาสาสมัคร และชาวบ้านในการติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานดังกล่าว
กรณีมีเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นในพื้นที่ในการจัดการภัยพิบัติได้ัทันท่วงที
ข้อมูลภัยพิบัติเพิ่มเติม
www.disaster.go.th
www.tmd.go.th
www.rid.go.th
www.dmr.go.th
www.rmutphysics.com
ทีมงาน
ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
24 ธันวาคม 2551
|