|
18 ปี
สืบ...จากไป ...ให้อะไรกับสังคม

ดวงตาของเจ้าลุกโชน เสียงตะโกนของเจ้าก้องไพร
บัดนี้...เจ้านอนทอดกาย จากป่าไปด้วยดวงใจกังวล
วาจาของเจ้าจริงจัง มีพลังเหมือนดังมีมนต์
นักสู้ของประชาชน จะมีกี่คนทำได้ดั่งเจ้า
สืบ นาคะเสถียร เป็นบทเรียนของกรมป่าไม้
หัวหน้ารักษาพงไพร จังหวัดอุทัยฯ ณ ห้วยขาแข้ง
สองมือเจ้าเคยฟันฝ่า อีกสองขาเจ้าย่างย่ำไป
ลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้ ตระเวนไพรให้ความคุ้มครอง
ดูแลสารทุกข์สารสัตว์ ในป่ารกชัดหลังห้วยลำคลอง
ขาแข้งเหมือนดังขาน่อง สองขาเจ้าย่ำนำความร่มเย็น
สืบ นาคะเสถียร เป็นบทเรียนข้าราชการไทย
ถือประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่ ถึงตัวจะตายไม่เสียดายชีวา
เช้าวันที่ 1 กันยา ในราวป่าเสียงปืนกึกก้อง
ญาติมิตรล้วนน้ำตานอง จากข่าวร้ายกลางป่าอุทัย
วิญญานเจ้าจงรับรู้ คนที่ยังอยู่ยังยืนหยัดต่อไป
สืบ...เอ๋ย หลับให้สบาย เจ้าจากโลกไป นี้...ไม่สูญเปล่า
สืบ...เอ๋ย เจ้าจากไป ไม่สูญเปล่า
เพลง : สืบ ทอดเจตนา
คำร้อง , ทำนอง : ยืนยง โอภากุล |
การบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ นับเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมไทยมายาวนาน
แม้ปัจจุบันเด็กยุคใหม่จะถูกปลูกฝัง ให้มีจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแต่วัยเยาว์
แต่ข่าวคราวการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล
ก็ยังมีให้พบเห็น ด้วยความเห็นแต่ตัวคนบางกลุ่มทำให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายไป
ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ แท้จริงแล้ว ป่าไม้เป็นสมบัติของใคร
ผืนป่าตะวันตกของไทย ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ตลอดมาเพราะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์
จนกระทั่ง สืบ นาคะเสถียร ได้ทุ่มเทความพยายามเสนอชื่อให้เป็นพื้นที่มรดกโลก
ในปี 2532 ให้เป็นหลักประกันว่าป่าผืนดังกล่าว จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่จากการคุกคามทั้งปวง
ก่อนจะตัดสินใจกระทำการอัตวิบาตรกรรม เพื่อเรียกร้องให้คนในสังคม
และราชการหันมาสนใจในประเด็นปัญหา การทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง
ภานุเดช
เกิดมะลิ หัวหน้าภาคสนามโครงการร่วมรักษาผืนป่าตะวันตกเชิงนิเวศน์
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ยังคงสานต่ออุดมการณ์รักษาป่านับตั้งแต่
สืบ นาคะเสถียรได้จากไป ได้กล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ และแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปว่า
ในช่วงที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ทำงานตามแนวทางของคุณสืบฯ
มาโดยตลอดตั้งแต่ปี2533 โดยขอบเขตการทำงานยังคงอยู่ในบริเวณผืนป่าตะวันตก
ส่วนวิธีการและเนื้อหาอาจไม่ได้เจาะจงด้านวิชาการเช่นช่วยชีวิตสัตว์ป่า
แต่ยังคงทำในมุมมองเดิมว่าป่าจะยั่งยืนได้อย่างไร กระบวนการดูแลรักษาป่าควรจะเป็นอย่างไรบ้าง
เช่นการสนับสนุนส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีบทบาทต่างๆ หลุดไปจากกรอบการอนุรักษ์
รวมทั้งแนวทางในอนาคต ขณะนี้ได้มีการทำงานเชื่อมต่อกับโซนอันดามันที่จะประกาศเป็นมรดกโลก
เรื่อยขึ้นนมาแก่งกระจาน และจะให้เชื่อมต่อมายังผืนป่าตะวันตกครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั้ง
11.7 ล้านไร่ ในพื้นที่ 6 จังหวัด
นับเป็นปีที่ 18 แล้ว ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรชุมชน คนหนุ่มสาว
และผู้ที่รักธรรมชาติทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อจัดงานวันสืบนาคะเสถียร
ผู้มีคุณูปการต่อสังคมไทยท่านนี้ ในปีนี้จัดขึ้น วันที่ 31 สิงหาคม
- 1 กันยายน 2551 ณ สถานีควบคุมไฟป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
เพื่อรำลึกถึงการจากไปของท่าน รวมทั้งร่วมสานต่อเจตนารมณ์การอนุรักษ์ผืนป่าและธรรมชาติ



กิจกรรมภายในงานมีการออกร้านนิทรรศการของดีจากชุมชน โดยในวันที่
31 สิงหาคม 2551 ได้มีการจัดนิทรรศการของดีจากชุมชน ทั่วทั้งภาคกลางและภาคตะวันตก
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายต่างๆ เครือข่ายป่าชุมชน
เครือข่ายเยาวชนอาสา เครือข่ายพระอาสาพัฒนาสังคมคุณธรรม เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
และมีการจุดเทียนรำลึก สืบ นาคะเสถียร ก่อนจะเข้าสู่ช่วงมินิคอนเสิร์ต
การบรรเลงเพลงเพื่อชีวิตจาก ศิลปิน หงา - หว่อง คาราวาน และศิลปินเพลงเพื่อชีวิตอื่นๆ
ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมภาคเช้าของวันที่ 1 กันยายน 2551 คือการทำบุญตักบาตร
อุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณ เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
ป่าไม้ และสัตว์ป่า ณ อนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร
คุณชินารัตน์
นาคะเถียร บุตรสาวคนเดียวของคุณสืบ นาคะเสถียร ปัจจุบันได้สานต่อการเสียสละเพื่อสังคมในการทำงานด้านเด็ก
ได้กล่าวแสดงความขอบคุณองค์กรผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงานที่มาสานต่ออุดมการณ์ร่วมกัน
ก็ดีในมากนะคะที่หลายๆ คน หลายๆ หน่วยงาน เพื่อนๆ พี่ๆ ยังไม่ลืมคุณพ่อ
และช่วยสานต่ออุดมการณ์ ช่วยกันทำต่อให้เสร็จถึงพ่อจะจากไปนานกว่า
18 ปี แล้ว ซึ่งตอนนี้ไม่ได้เข้ามาช่วยที่สืบฯ เต็มตัว แต่ก็ยังให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ
ขอบคุณมากค่ะ
แม้การจากไปในครั้งนั้นของ สืบ นาคะเสถียร จะสร้างความสะเทือนใจผู้คนในสังคมให้ตื่นตัวในเรื่องการรักษาป่าได้ไม่น้อย
แต่ผลพวงที่เกิดขึ้นหลังความตายของนักอนุรักษ์ผู้นี้ กลับสร้างความตื่นตัวอย่างสูง
ในเรื่องจิตสำนึกที่ฝังในจิตใจผู้คน ในการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว และโดยเฉพาะความเข้มแข็งขององค์กรชุมชุน
ผู้อยู่ใกล้ชิดป่าได้เป็นผู้ดูแลรักษา และจัดการป่าอย่างมีส่วนร่วม
ในปัจจุบัน ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าไม่เคยหมดไปจากสังคมไทย ยิ่งไปกว่านั้นยังวิธีการที่จะทำลายป่า
และครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ ที่แยบยลขึ้นเรื่อยๆ แม้ไม่ใช่การตัดไม้ทำลายป่าโดยตรง
แต่ก็ถือว่าเป็นการรบกวนธรรมชาติ ด้วยวิธีการอื่นโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
10 กันยายน 2551
|