Home ข่าวเด่น ข่าวรายวัน English News รายงาน บทความ Sound & VDO Webboard ข้อมูลย้อนหลัง

พื้นที่สันติ : ใช้สติแก้ปัญหา...ใช้ปัญญาลดอคติ

เมื่อสังคมไทยเกิดการเผชิญหน้ากันของ 2 ฝ่าย ตามความเชื่อทางการเมืองที่บ่มเพาะมายาวนาน 2-3 ปี จนในที่สุดก็ปะทุ และเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น เชื่อเหลือเกินว่าคงไม่มีใครต้องการเห็นการแตกหักของสังคม และอยากจะเห็นประชาธิปไตยที่สามารถเห็นต่างกันได้ และไม่ใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตามในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองเกิดการแบ่งข้างแบ่งฝ่าย ยังมีคนที่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในชาติบ้านเมืองและออกมาเรียกร้องให้ประชาชนรวมพลังกันยุติความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น จึงได้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรม “มนุษย์อักษรวิ่ง รณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง” เพื่อเสนอทางเลือกให้สังคมไทยด้วยการไม่ใช้ความรุนแรง โดยทุกคนที่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง สามารถใช้สัญลักษณ์รูปแบบของตัววิ่งในจอโทรทัศน์ และแบนเนอร์ในหนังสือพิมพ์วิ่งเพื่อเป็นการใช้สัญลักษณ์เพื่อสันติภาพและลดความรุนแรง

ทั้งนี้กิจกรรม “มนุษย์อักษรวิ่งรณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง” ไม่ได้เรียกร้องให้ยุติการชุมนุม แต่อยากให้คนที่แสดงออกในทิศทางของประชาธิปไตยเคารพในกติกา ไม่แก้ไขความขัดแย้งด้วยความรุนแรงและไม่อยากเห็นการนองเลือดเกิดขึ้น

พื้นที่สันติ : ใช้สติแก้ปัญหา...ใช้ปัญญาลดอคติ

ดร.โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า

“ปัญหามันอยู่ที่เรามีอคติในการวิเคาระห์สถานการณ์ อคตินั้นทำให้เรามองคนที่อยู่ข้างเราเป็นคนอื่น แล้วเกิดการวิเคาระห์แต่ละปรากฏการณ์แยกออกจากกันซึ่งมันไม่เพียงพอเพราะข้างหลังมันมีอะไรอีกบ้างเราก็ไม่รู้ได้เพราะมัวแต่จะปะทะทั้งทางกายภาพหรือจิตสำนึกอย่างเดียวไม่มีทางเลี่ยงความรุนแรงกลายเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ใครก็ตามพูดแล้วฟังดูดี โดยที่มีนิยามแคบแล้วชี้ว่า อะไรรุนแรงอะไรไม่รุนแรง

การไฮปาร์กโจมตีด่าอย่างหยาบคายก้าวร้าว ถูกทำให้เข้านิยามว่าไม่รุนแรงการสร้างความเกลียดชังก็เป็นสิ่งไม่รุนแรง การเมืองมักเป็นเรื่องของความเชื่อซึ่งแตกต่างกันและที่สำคัญ ต่างยึดถือมั่นในความเชื่อของตน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ การพูดอย่างก้าวร้าวไม่ว่าด่าคน ที่เชื่อแตกต่างๆ ด่าสิ่งที่คนอื่นเชื่อถูกมองข้ามว่าไม่รุนแรง ความรุนแรงถูกมองให้แคบแค่เพียงการยกพวกตีกัน หรือตำรวจใช้กำลังเพื่อรักษากฎหมายต่อม็อบ แต่ไม่มองว่าบางอย่างมีผลสร้างความรุนแรงอย่างกว้างขวางซึมลึก เช่น ในครอบครัวที่สมาชิกเชื่อต่างกัน ต่างเกลียดชังสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามเชื่อ ความเชื่อทางการเมืองที่ตรงข้ามกันได้เลยพ้นไปจากความเห็นต่างไปสู่ ความเกลียดชังสิ่งที่ข้ามกัน ทั้งๆ ที่หากยกเว้นเรื่อง กิเลสตัณหาความอยากชนะเพื่อรักษาอะไรบางอย่างแล้ว ความเกลียดชังคือรากฐานความรุนแรงของมนุษย์ หากเราใช้สติในการแก้ปัญหามากกว่ากำลังเข้าห้ำหั่นกัน ทางออกมันไม่ได้ปิดตายซะทีเดียว”


นอกจากการงวิ่งเพื่อรณรงค์ให้ไม่ใช้ความรุนแรงแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสถานการณ์ของผู้เข้าร่วมอย่างเป็นกันเองด้วย

“ไม่ว่าความขัดแย้งจะเป็นเรื่องอะไร ขอให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาของระบอบประชาธิปไตย คือ ไม่มีการใช้ความรุนแรง รวมถึงไม่สร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเครือข่ายกิจกรรม มนุษย์อักษรวิ่งรณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง จึงไม่ได้อยู่ข้างหนึ่งข้างใด เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของสังคมก็ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงและการแตกหัก แต่ไม่ได้แสดงออกมา จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงให้ร่วมกันแสดงพลังออกมา”
ศักดิ์สินี เอมะศิริ นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวเสริม

นางสาวพรพิมพ์ แซ่ลิ้ม นักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “จริงแล้วคนที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงมีเยอะในสังคมแต่ไม่มีที่ทางให้แสดงออกมากนักเพราะบางที่เมื่อออกมา คนส่วนใหญ่ก็อาจจะเหมารวมว่าเป็นพันมิตรฯบ้าง นปช.บ้าง รัฐบาลบ้าง บางที่คงเป็นเพราะสื่อในการที่จะเลือกข้างในการนำเสนอ สื่อบางส่วนมันเป็นการครอบงำชี้นำกรอบความคิดของคนในสังคมมากกว่าที่จะบอกว่าคนที่ไม่เอาด้วยกับทั้งสองฝ่ายก็มีเยอะ แต่ไม่ถูกนำเสนอเพื่อจะหาทางออกร่วมกัน ทำให้พื้นที่ของสื่อจึงเป็นเรื่องของคนไม่ก็กลุ่มทำให้มันละเลยคนที่อยู่ตรงกลางจริงๆ ที่ไม่ต้องการความรุนแรงในการแก้ปัญหา มีอคติต่อกันและกัน”

ลักษณะของการเมืองที่เป็นอยู่ทำให้เกิด "คู่" ความขัดแย้งที่เห็นแตกต่างกันคนละขั้วอยู่เสมอ นำไปสู่การแยกเขาแยกเรา ความเครียด ความโกรธ เกลียด อยากเอาชนะ นำไปสู่สังคมแห่งความแปลกแยก วิกฤตการณ์ทางการเมืองและการเข่นฆ่า การประท้วงและผู้ต่อต้านที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดในเมืองไทยไม่มีฝ่ายใดที่ "ไม่ใช้ความรุนแรง" เพราะความรุนแรงย่อมมีความหมายมากกว่าการใช้อาวุธประหัตประหารกัน ฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะพูดถึงการยกระดับไปสู่สิ่งอื่นที่ยิ่งกว่านั้น เช่นอารยะขัดขืน สังคมจะรอดพ้นจากความตึงเครียดนี้จึงไม่ใช่เรื่องของคนกลางอีกต่อไป แต่สังคมไทยต้องหันมาทำอารยะขัดขืนเอง คือเลิกเชื่อฟังกลุ่มประท้วง กลุ่มต่อต้าน รวมแม้กระทั่งเลิกเชื่อฟังรัฐบาล ตราบเท่าที่พวกนี้ยังใช้ความรุนแรง เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา

ทีมงาน ThaiNGO เห็นด้วยเป็นยิ่งกับการใช้สติ และการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้วิกฤติการณ์ทางการเมือง และเป็นกำลังใจให้คนที่ต้องการสังคมที่สันติสุข มีสันติภาพ อย่ากลัวที่จะถูกนำชื่อไปกล่าวประณามด้วยคำที่หยาบคาย แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าโกรธเกลียดผู้ประณาม เพราะจะทำให้เราห่างไกลจากความจริงจนกระทั่งไม่อาจปฏิบัติอารยะขัดขืนได้อย่างมีพลัง ในฐานะพลเมือง มีสิทธิและยืนยันจะเรียกร้องเอาความจริงจากทุกฝ่าย ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่อยู่ในความจริง ก็อย่าได้เชื่อฟังและไม่ทำตามสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเรียกร้องหรือสั่งโดยปราศจากอคติครอบงำ

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

15 ตุลาคม 2551

พื้นที่สันติ : ใช้สติแก้ปัญหา...ใช้ปัญญาลดอคติ
สนใจ ลงโฆษณา กับ ThaiNGO.org
ดูรายละเอียดที่นี่...
ThaiNGO Columnists
มุมมอง ของ..อุสตาซ (อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์)
ห้องส้วมความคิด (วรภัทร วีรพัฒนคุปต์)
ลูกลิง...แสนซน (วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล)
มุมเล็กๆ (ZingarO - ธิดามนต์ พิมพาชัย)
6 Board
ประชาสัมพันธ์ งานกิจกรรม (Activities Board)
สมัครงาน หางาน (Jobs Board)
ร่วมปันน้ำใจ ให้สังคม (Charity Board)
ซื้อขาย แลกเปลี่ยน (Classifieds Board)
แหล่งทุน หาทุน (Grant Board)
กระดานสนทนา (ThaiNGO Webboard)






Thai Fund Foundation (TFF)
2044/23 New Phetburi Road, Bangkapi, Huaykwang, Bangkok 10310,Thailand
Tel: 66 (0) 2318 3959 , 66 (0) 2314 4112 , 66 (0) 2314 4113 Fax: 66 (0) 2718 1850
Website: www.TFF.or.th - E-mail: webmaster@thaingo.org